กีฬาแบบไหนเหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก

กีฬาแบบไหนเหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก

กีฬาแบบไหนเหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนัก ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง หรือทำให้หุ่นดีก็ตาม 70% ขึ้นกับการรับประทานอาหาร การควบคุมอาหาร อีก 30% ที่เหลือ ขึ้นกับเรื่องของการออกกำลังกาย แต่การที่คนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาก ก็ไม่สามารถออกกำลังกายได้ในทุกประเภทกีฬา วันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับชนิดกีฬาและการออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้ที่กำลังต้องการลดน้ำหนักตัว มาฝากกัน

กีฬาสำหรับคนอยากลดน้ำหนัก

ว่ายน้ำ เหมาะสำหรับคนน้ำหนักตัวมาก การว่ายน้ำ จะช่วยลดแรงกระแทก เนื่องจากมีน้ำคอยช่วยพยุงน้ำหนัก ทำให้ช่วยลดแรงกระแทก ข้อต่อต่าง ๆ ไม่ต้องรับน้ำหนักสูง และยังเป็นกีฬาที่ช่วยเผาผลาญพลังงานในปริมาณที่มาก โดยช่วยลดแคลอรี่ได้ถึง 715 – 892 แคลอรี่ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว และยังเป็นกีฬาที่ไม่รู้สึกเหนียวตัว ออกกำลังกายอย่างเย็นสบาย ทำให้เป็นกีฬาที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ซึ่งหากไปออกกำลังกายชนิดอื่น เช่น การวิ่ง ก็อาจจะทำให้บาดเจ็บที่ข้อต่อได้

การเดินเร็ว การเดินเร็ว การออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย มีแค่รองเท้าผ้าใบ 1 คู่ก็พอแล้ว เพียงแค่เดินเร็ว ๆ เริ่มต้นวันละ 30 – 60 นาที ก็มีประโยชน์มาก เช่น การช่วยเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจ หลอดเลือด ปอดที่ดีขึ้น ช่วยเผาผลาญพลังงาน 120- 170 กิโลแคลอรี่ต่อ 30 นาที ยิ่งเดินเร็วยิ่งใช้พลังงานเยอะ ซึ่งการเดิน ทำให้เกิดแรงกระแทกน้อยกว่าการวิ่ง ทำให้ลดความเสี่ยงเกิดอาการบาดเจ็บได้อีกด้วย

โยคะ การเล่นโยคะ เป็นการใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย เป็นการยืดเหยียดและการออกกำลังกายแบบการใช้แรงต้าน ทำให้ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดี โดย ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 150 – 500 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับท่าโยคะที่เล่น มีหลายท่าโยคะที่ทำง่าย ๆ ได้กล้ามเนื้อหลายส่วน และช่วยลดน้ำหนักได้ดี เช่น โยคะท่างู (Cobra Pose), โยคะท่านักรบ (Warrior Pose), โยคะท่าเรือ (Boat Pose), โยคะท่าธนู (Bow Pose), โยคะเข่าชิดอก (Knee to Chest Pose) เป็นต้น

การเล่นเวทเทรนนิ่ง การเล่นเวทเทรนนิ่ง ช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อและรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นแหล่งที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดี เมื่อมีกล้ามเนื้อมากขึ้น การเผาผลาญพลังงานต่อวันก็เพิ่มขึ้น ไม่ว่าคุณจะกิน เดิน นอน นั่ง หรือทำอิริยาบถไหนก็ตาม ก็จะเกิดการเผาผลาญพลังงาน ทำให้ร่างกายดูกระชับ ช่วยลดน้ำหนักอย่างถาวร และทำให้การกลับมาอ้วนอีกเป็นไปได้ช้าหรือมีโอกาสน้อยที่จะกลับมาอ้วนอีก

เป็นอย่างไรกันบ้างกับกีฬา 4 ประเภทที่แนะนำนี้ แต่อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักอย่างถาวรต้องมีวินัยและทำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กันไปทั้งการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

กีฬาสำหรับคนอยากลดน้ำหนัก

แนะเคล็ดลับเลือกกีฬาสำหรับผู้สูงวัยชนิดไหนให้ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพ

แนะเคล็ดลับเลือกกีฬาสำหรับผู้สูงวัยชนิดไหนให้ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพ

แนะเคล็ดลับเลือกกีฬาสำหรับผู้สูงวัยชนิดไหนให้ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพ

ผู้สูงอายุเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าสุขภาพร่างกายนั้นแข็งแรงสู้คนวัยทำงานหรือวัยหนุ่มสาวไม่ได้ แม้ว่าวัยผู้สูงอายุจะมีความคล่องแคล่วว่องไวลดลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาไม่ได้ ยิ่งเป็นวัยผู้สูงอายุยิ่งต้องหมั่นออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ แล้วกีฬาชนิดไหนกันที่ผู้สูงอายุจะสามารถเล่นได้อย่างปลอดภัยและเหมาะกับวัย เรามาดูกัน

กีฬาชนิดไหนที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

รำไท้เก๊กหรือชี่กง – ผู้สูงอายุบางคนไม่สามารถเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายแบบหนัก ๆ ได้ การรำไท้เก๊กหรือชี่กง เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว หลายคนอาจจะเห็นการออกท่าเคลื่อนไหวไปแบบช้า ๆ เนิบ ๆ แต่คุณรู้ไหมว่าเป็นการฝึกความแข็งแรงและช่วยในเรื่องของการทรงตัวของผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังเป็นการฝึกในเรื่องของสมาธิและกำหนดลมหายใจอีกด้วย

ว่ายน้ำ – หลายคนอาจจะลืมกีฬาชนิดนี้ไปนานแล้วสำหรับผู้สูงอายุ เพราะรู้สึกอายที่ต้องมาใส่ชุดว่ายน้ำ แต่คุณรู้ไหมว่า การออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้คุณได้ใช้อวัยวะของร่างกายครบทุกสัดส่วน ที่สำคัญการว่ายน้ำช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเล่นกีฬาได้ เพราะตลอดเวลาที่ออกกำลังกายร่างกายจะอยู่ในน้ำ ทำให้ลดแรงกระแทก ไม่ทำให้เจ็บตัวเมื่อล้มนั่นเอง

การเดิน – วิธีการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดของคนทุกเพศทุกวัย มีเพียงรองเท้าผ้าใบคู่เดียวก็สามารถออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงได้แล้ว หากใครที่อยากให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดีก็เปลี่ยนจากเดินธรรมดาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อเรียกเหงื่อ เป็นการขยับร่างกายครบทุกส่วน ช่วยให้ข้อต่อตามจุดต่าง ๆ ของส่วนแขนส่วนขาได้ออกแรง ทำให้กล้ามเนื้อได้มีการทำงานและยืดเส้นยืดสายตามไปด้วย

เล่นเปตอง – เปตอง กีฬาสำหรับผู้สูงอายุที่นอกจากจะช่วยส่งเสริมเรื่องสุขภาพให้แข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ผู้สูงอายุมีการพบปะสังสรรค์กันภายในกลุ่มสังคมของผู้สูงอายุเอง ทำให้มีเพื่อนฝูงมาแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิต ช่วยให้ไม่เหงา ทำให้จิตใจเบิกบาน และรู้สึกสนุกสนานจากการเล่นเกมส์ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้สูงอายุได้ฝึกใช้สมองและความคิดแก้ไขสถานการณ์จากการแข่งขันกันตลอดเวลาอีกด้วย

เต้นรำ – การเต้นรำ ถือเป็นการออกกำลังกายที่นับเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเต้นลีลาศ การเต้นตามจังหวะเพลงต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้ได้สนุกสนานเพลิดเพลินแล้วยังทำให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวตามจังหวะทำนองของดนตรีนั้น ๆ อีกด้วย มีผู้สูงอายุหลายคนที่ไม่ให้การเต้นเป็นเพียงการละเล่นเพื่อสนุกสนานแต่เพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาเหล่านั้นสามารถฝึกฝนจนชำนาญและเข้าร่วมการแข่งขันต่าง ๆ และกวาดรางวัลให้กับพวกเขาเองได้อย่างมากมาย

ไม่ว่าคุณจะมีอายุมากขนาดไหน การออกกำลังกายยังเป็นสิ่งสำคัญกับร่างกายของคุณทุกช่วงวัย เลือกออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ยืดเส้นยืดสายวันละนิด เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว

กีฬาชนิดไหนที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

กีฬา ใช้เวลาน้อย เผาผลาญพลังงานเยอะ

กีฬา ใช้เวลาน้อย เผาผลาญพลังงานเยอะ

กีฬา ใช้เวลาน้อย เผาผลาญพลังงานเยอะ

ในยุคที่ผู้คนมีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) เพิ่มมากขึ้น โดยโรคนี้อยู่ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ลดละเลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ลดความเครียด ควบคุมอาหาร และที่สำคัญลดและควบคุมน้ำหนัก หันมาออกกำลังกาย ซึ่งวันนี้เรามีกีฬา 5 ชนิดที่ใช้เวลาน้อย แต่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้เยอะ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วนลงพุงมาฝากกัน

กีฬา 5 ชนิดที่ใช้เวลาน้อย

การออกกำลังกาย แบบ HIIT (High-Intensity Interval Training) เริ่มด้วย HIIT หรือการออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ สลับกับการออกกำลังกายเบา ๆ เช่นปั่นจักรยานให้เร็วที่สุด เป็นเวลา 30 วินาที สลับกับปั่นธรรมดา สลับกันไปเรื่อย ๆ 20 – 30 นาที การช่วยเผาผลาญพลังงานขึ้นอยู่กับการออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก บอดี้เวท การเต้น การออกกำลังแบบ HIIT สามารถหาวิดีโอดูและทำตามได้จากยูทูปและเว็บไซต์ทั่วไป

เดินเร็ว กีฬาที่สบาย ๆ สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีน้ำหนักเยอะ เป็นการออกกำลังที่ไม่ค่อยทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ และช่วยสร้างกำลังใจสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย การเดินเร็วต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 420-480 กิโลแคลอรี่ วันไหนว่างหรือตื่นแต่เช้า อย่าลืมมาเดินเร็วรับลมกัน

ว่ายน้ำ อุปกรณ์พื้นฐานในการว่ายน้ำ ได้แก่ แว่นตา ชุด หมวกว่ายน้ำ การว่ายน้ำต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง ช่วยลดแคลอรี่ได้ถึง 250-750 กิโลแคลอรี่ ขึ้นอยู่กับความเร็วที่ว่าย และท่าที่ว่ายด้วย การว่ายน้ำเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้ที่มีปัญหาเรื่องข้อต่อต่าง ๆ

วิ่ง กีฬาที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย ขอแค่มีรองเท้าวิ่ง 1 คู่ แล้วก็ใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ ระบายเหงื่อได้ดี 1 ชุดก็สามารถออกวิ่งได้แล้ว และยังช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 600-750 กิโลแคลอรี่ กับการวิ่งต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง (ขึ้นกับระดับความเร็ว) แต่ก่อนเริ่มวิ่ง เราควรศึกษาการวิ่งที่ถูกวิธีเพื่อช่วยลดแรงกระแทก ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีการวิ่งแบบเล่นฟุตบอล ซึ่งสามารถช่วยเบิร์นไขมันได้อย่างมากเลยทีเดียว สำหรับผู้ชายที่ชอบติดตามเชียร์ฟุตบอลที่ ลิ้งดูบอล มักจะชอบเล่นกันเพื่่อความสนุก และในความสนุกก็มีผลพลอยได้คือสุขภาพแข็งแรงและลดปัญหาโรคอ้วนได้ด้วย

การเต้นแอโรบิก การเต้นแอโรบิก เราจะเห็นบ่อยครั้งที่สวนสาธารณะ หน้าห้างสรรพสินค้า จะมีการเต้นเป็นกลุ่ม หรือถ้าเราอยากเต้นคนเดียวที่บ้านก็สามารถเปิดวิดีโอเพื่อทำตามได้ การเต้นแอโรบิก นอกจากความสนุกแล้ว ยังช่วยเผาผลาญพลังงานถึง 450-600 กิโลแคลอรี่

ถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ ความเสี่ยงในการเกิดโรคก็จะน้อยลง สุขภาพดีขึ้น หุ่นดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงความสุขในชีวิต เพราะฉะนั้นเราควรเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ ด้วยการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีตลอดไป

กีฬา 5 ชนิดที่ใช้เวลาน้อย

กีฬาวิ่งกับว่ายน้ำ เป็นของคู่กันได้อย่างไร

กีฬาวิ่งกับว่ายน้ำ เป็นของคู่กันได้อย่างไร

กีฬาวิ่งกับว่ายน้ำ เป็นของคู่กันได้อย่างไร

การวิ่งนับเป็นหนี่งกีฬาสากลที่นิยมกันมากในปัจจุบัน เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด สำหรับคนยุคใหม่ที่ชอบเล่นกิจกรรมสร้างความกระฉับกระเฉง active และยังได้เพื่อนวิ่งใหม่ ๆ มากมายทั้งในและนอกสนาม ทั้งนี้ การวิ่งเป็นกีฬาที่ต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อหลายส่วน ทั้งลำตัว ต้นขา ข้อเข่าและข้อเท้า ซึ่งต้องใช้เวลาในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ให้มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นที่ดี ตลอดเวลา โดยเฉพาะหากวิ่งนะระยะไกลเกินกว่ามินิมาราธอนหรือ 10 กม. โดยปัจจุบัน มีการฝึกฝนเทคนิคการวิ่งหลายวิธี เช่น การแบ่งตารางวิ่งให้เป็นสัปดาห์ละ 4 – 5 วัน โดยรวมให้ได้สัปดาห์ละ 50 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นวันวิ่งสั้น-วิ่งยาว สลับกัน และมีวันพักอย่างน้อย 1 – 2 วันใน 1 สัปดาห์ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักฟื้นฟูอย่างเต็มที่

กีฬาว่ายน้ำช่วยได้หลายอย่าง

ซึ่ง กีฬาว่ายน้ำได้ถูกแนะนำให้เป็นกิจกรรมสำหรับการยืดคลายกล้ามเนื้อและลดการอักเสบของกล้ามเนื้อแขนขาจากการวิ่งได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการออกกำลังกายในน้ำจะมีแรงกดทับน้อยกว่าปกติ เพราะอาศัยน้ำเป็นตัวพยุงน้ำหนักไปได้มาก จึงทำให้เป็นที่นิยมสำหรับนักวิ่งทั่วไปและนักวิ่งระยะมาราธอนที่จะไปว่ายน้ำในวันพักจากการวิ่ง

ทั้งนี้ มีการศึกษาว่าหากต้องการเพิ่มศักยภาพการวิ่งให้ดีขึ้น สามารถใช้กีฬาว่ายน้ำเป็นตัวช่วยชั้นดีในการฝึกการหายใจและช่วยยืดคลายกล้ามเนื้อได้เต็มที่ขึ้น โดยสามารถเล่นกีฬาทั้งสองประเภทได้พร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะวิ่งกี่ระยะกิโลเมตรก็ตาม แต่ที่เน้นมาก ๆ คือระยะตั้งแต่ 21 กม. เป็นต้นไป ที่มักต้องวิ่งกันต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

การว่ายน้ำสำหรับวันพักจากการวิ่งยาว ไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำแบบเร็วและเร่งจังหวะอย่างการแข่งขันในสนามไตรกีฬา แต่สามารถว่ายแบบช้า ๆ กำหนดการหายใจแบบสบาย ๆ ได้ตลอด 30 นาที – 1 ชั่วโมง หรือหากอยากฝึกเร่งจังหวะหายใจและเสริมกล้ามเนื้อร่างกายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ก็สามารถใช้การฝึกว่ายน้ำแบบสปริ้นท์ sprint เป็นระยะ ๆ คือ ว่ายน้ำด้วยความเร็วสูงไปกลับมาตรฐานสองรอบ (รวม 50 เมตร) แล้วพักไม่เกิน 1 นาที ก่อนจะว่ายต่อ ทำซ้ำเช่นนี้จนครบระยะ 500 เมตร เป็นต้น

หลังการเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหรือว่ายน้ำ ควรพักดื่มน้ำประมาณ 1 แก้ว ต่อระยะออกกำลังกาย ทุก ๆ 2 กม. ที่วิ่ง หรือ 15 – 20 นาที ที่ว่ายน้ำ จะช่วยในการกำจัดของเสียออกจากระบบเลือด เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และกรดแลคติก ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อมีอาการเปลี้ยล้าและเพื่อชดเชยน้ำที่นี่สูญเสียไปทางเหงื่อ แม้จะไม่เห็นเหงื่อจากการเล่นกีฬาว่ายน้ำก็ตาม

กีฬาว่ายน้ำช่วยได้หลายอย่าง