เทคนิคการเล่นกีฬาให้มีสุขภาพดี

เล่นกีฬาแบบไหนให้ได้สุขภาพดีมากกว่าที่เคย

เทคนิคการเล่นกีฬาให้มีสุขภาพดี

เราเชื่อว่ามีหลายคนที่ชอบเล่นกีฬา แต่พอเล่นไปนาน ๆ แล้วก็ไม่เห็นว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรกับร่างกายหรือไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่อย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะเล่นกีฬานั้นไม่ได้เป็นเรื่องของการเล่นเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมและดูแลตัวเองหลังการเล่นอีกด้วย เราเลยมีเทคนิคการเล่นกีฬาให้ได้สุขภาพดีกว่าที่เคยมาฝากให้คุณได้รู้

เทคนิคการเล่นกีฬาให้มีสุขภาพดี

warm up และ cool down ร่างกายเสมอ – อาการเส้นยึดหรือตะคริวกินขณะหรือหลังเล่นกีฬานั้น สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและอาจเกิดขึ้นกับตัวคุณได้เช่นเดียวกันหากไม่มีการ warm up และ cool down ก่อนและหลังการเล่นกีฬา แล้วนี่ก็คือเหตุผลที่เทรนเนอร์หรือโค้ชทุกคนจึงเน้นย้ำให้นักกีฬาปฏิบัติอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บนั่นเอง

พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเตรียมความพร้อมร่างกาย – หลายคนที่ไม่ได้นอนหลับมาเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการนั้น มีโอกาสที่จะช็อคหรือวูบขณะออกกำลังกายได้ การนอนหลับให้เพียงพอจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ถ้าคุณอยากได้สุขภาพที่ดีกว่าเดิมจากการเล่นกีฬา

เลือกกีฬาที่เหมาะกับจริตของคุณ – การเลือกเล่นประเภทกีฬาที่เหมาะกับจริตของคุณนั้น จะทำให้คุณมีความสุขไปกับการออกกกำลังกายมากกว่าเลือกเล่นกีฬาที่ตัวเองไม่ชอบหลายเท่า ยิ่งคุณได้มีการออกแรงเท่าไหร่และมีความสุขไปด้วย ก็จะทำให้เอ็นโดรฟินของคุณหลั่งมากขึ้น

ทานอาหารที่เสริมความแข็งแรงของร่างกาย – หลังเล่นกีฬาร่างกายของคุณต้องการสารอาหารที่มีประโยชน์มากเลยทีเดียวล่ะ หากคุณทานอาหารที่ไม่มีสารอาหารที่ดี ก็จะกลายเป็นการทำร้ายร่างกายมากกว่า ตรงกันข้ามถ้าคุณทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็จะทำให้ร่างกายดึงสารอาหารเหล่านั้นไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลือกสถานที่ออกกำลังกายที่ดีที่สุด – คุณอาจไม่รู้ว่าสถานที่เล่นกีฬาก็มีผลต่อการเล่นกีฬามากเลยทีเดียว เพราะในตอนที่คุณกำลังเล่นกีฬานั้นร่างกายของคุณต้องการออกซิเจนมากกว่าปกติ สถานที่เล่นกีฬาจึงต้องมีออกซิเจนที่เพียงพอและสะอาดด้วย

ไม่ไหวก็อย่าฝืนดีกว่า – เมื่อไหร่ที่คุณรู้ว่าร่างกายของคุณไม่สามารถทนต่อไปได้แล้วเพราะมันกำลังบาดเจ็บอย่างหนัก ให้คุณหยุดเล่นก่อน เพราะอาจทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บได้ เช่น กล้ามเนื้อฉีกขาด เส้นเอ็นยึด หรือเกิดอาการช็อค เป็นต้น

ข้อคิดข้างต้นที่กล่าวมานี้ คือวิธีเล่นกีฬาที่จะช่วยให้คุณได้ร่างกายที่แข็งแรงกว่าที่เคย เห็นไหมว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย ทีนี้ก็ถึงตาคุณแล้วล่ะ ว่าจะเตรียมความพร้อมให้กับร่างกายและดูแลตัวเองให้ดีได้มากแค่ไหน

เล่นกีฬาแบบไหนให้ได้สุขภาพดีมากกว่าที่เคย

กีฬาวิ่งกับว่ายน้ำ เป็นของคู่กันได้อย่างไร

กีฬาวิ่งกับว่ายน้ำ เป็นของคู่กันได้อย่างไร

กีฬาวิ่งกับว่ายน้ำ เป็นของคู่กันได้อย่างไร

การวิ่งนับเป็นหนี่งกีฬาสากลที่นิยมกันมากในปัจจุบัน เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด สำหรับคนยุคใหม่ที่ชอบเล่นกิจกรรมสร้างความกระฉับกระเฉง active และยังได้เพื่อนวิ่งใหม่ ๆ มากมายทั้งในและนอกสนาม ทั้งนี้ การวิ่งเป็นกีฬาที่ต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อหลายส่วน ทั้งลำตัว ต้นขา ข้อเข่าและข้อเท้า ซึ่งต้องใช้เวลาในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ให้มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นที่ดี ตลอดเวลา โดยเฉพาะหากวิ่งนะระยะไกลเกินกว่ามินิมาราธอนหรือ 10 กม. โดยปัจจุบัน มีการฝึกฝนเทคนิคการวิ่งหลายวิธี เช่น การแบ่งตารางวิ่งให้เป็นสัปดาห์ละ 4 – 5 วัน โดยรวมให้ได้สัปดาห์ละ 50 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นวันวิ่งสั้น-วิ่งยาว สลับกัน และมีวันพักอย่างน้อย 1 – 2 วันใน 1 สัปดาห์ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักฟื้นฟูอย่างเต็มที่

กีฬาว่ายน้ำช่วยได้หลายอย่าง

ซึ่ง กีฬาว่ายน้ำได้ถูกแนะนำให้เป็นกิจกรรมสำหรับการยืดคลายกล้ามเนื้อและลดการอักเสบของกล้ามเนื้อแขนขาจากการวิ่งได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการออกกำลังกายในน้ำจะมีแรงกดทับน้อยกว่าปกติ เพราะอาศัยน้ำเป็นตัวพยุงน้ำหนักไปได้มาก จึงทำให้เป็นที่นิยมสำหรับนักวิ่งทั่วไปและนักวิ่งระยะมาราธอนที่จะไปว่ายน้ำในวันพักจากการวิ่ง

ทั้งนี้ มีการศึกษาว่าหากต้องการเพิ่มศักยภาพการวิ่งให้ดีขึ้น สามารถใช้กีฬาว่ายน้ำเป็นตัวช่วยชั้นดีในการฝึกการหายใจและช่วยยืดคลายกล้ามเนื้อได้เต็มที่ขึ้น โดยสามารถเล่นกีฬาทั้งสองประเภทได้พร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะวิ่งกี่ระยะกิโลเมตรก็ตาม แต่ที่เน้นมาก ๆ คือระยะตั้งแต่ 21 กม. เป็นต้นไป ที่มักต้องวิ่งกันต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

การว่ายน้ำสำหรับวันพักจากการวิ่งยาว ไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำแบบเร็วและเร่งจังหวะอย่างการแข่งขันในสนามไตรกีฬา แต่สามารถว่ายแบบช้า ๆ กำหนดการหายใจแบบสบาย ๆ ได้ตลอด 30 นาที – 1 ชั่วโมง หรือหากอยากฝึกเร่งจังหวะหายใจและเสริมกล้ามเนื้อร่างกายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ก็สามารถใช้การฝึกว่ายน้ำแบบสปริ้นท์ sprint เป็นระยะ ๆ คือ ว่ายน้ำด้วยความเร็วสูงไปกลับมาตรฐานสองรอบ (รวม 50 เมตร) แล้วพักไม่เกิน 1 นาที ก่อนจะว่ายต่อ ทำซ้ำเช่นนี้จนครบระยะ 500 เมตร เป็นต้น

หลังการเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหรือว่ายน้ำ ควรพักดื่มน้ำประมาณ 1 แก้ว ต่อระยะออกกำลังกาย ทุก ๆ 2 กม. ที่วิ่ง หรือ 15 – 20 นาที ที่ว่ายน้ำ จะช่วยในการกำจัดของเสียออกจากระบบเลือด เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และกรดแลคติก ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อมีอาการเปลี้ยล้าและเพื่อชดเชยน้ำที่นี่สูญเสียไปทางเหงื่อ แม้จะไม่เห็นเหงื่อจากการเล่นกีฬาว่ายน้ำก็ตาม

กีฬาว่ายน้ำช่วยได้หลายอย่าง