เลือกประเภทกีฬาอย่างไร ให้เหมาะสมกับร่างกายของตนเอง

เลือกประเภทกีฬาอย่างไร ให้เหมาะสมกับร่างกายของตนเอง

เลือกประเภทกีฬาอย่างไร ให้เหมาะสมกับร่างกายของตนเอง

อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันดีว่าการเล่นกีฬานั้นจะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงมากยิ่งขึ้น แต่จริง ๆ แล้วประโยชน์ของกีฬามีมากมายกว่าที่เราคิด เพราะหลาย ๆ ประเภทกีฬานั้นก็เสริมทักษะทางร่างกาย สมรรถภาพร่างกายของเราในด้านอื่นด้วยนอกเหนือไปจากความแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็น ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ความคล่องตัว การทำงานประสานสัมพันธ์กันของร่างกาย เป็นต้น เช่นนั้นแล้วถ้าหากว่าเรามีวัตถุประสงค์ในการออกกำลังกายของเราที่ชัดเจน ก็จะทำให้เราสามารถเลือกชนิดกีฬาที่เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพของร่างกายเราได้มากขึ้น

สำหรับใครที่อยากเล่นกีฬาเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ยกตัวอย่างเช่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนล่าง เช่น กล้ามเนื้อต้นขา กล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อเข่า กีฬาที่แนะนำคือ การปั่นจักรยาน การวิ่งก็ถือว่าตอบโจทย์ เพราะเป็นชนิดกีฬาที่ใช้กล้ามเนื้อขาค่อนข้างมาก แต่ถ้าใครมีข้อจำกัดในเรื่องของข้อเข่า เช่น มีอาการบาดเจ็บ หรือมีข้อเข่าเสื่อม ก็เน้นชนิดกีฬาที่ไม่ได้มีการกระแทกหรือการลงน้ำหนักที่หัวเข่ามากนัก อย่างการปั่นจักรยาน การออกกำลังกายในน้ำ ก็จะไม่มีแรงกระทำต่อหัวเข่ามาก ทั้งนี้ก็ขึ้นกับความชอบของผู้เล่นกีฬาด้วย

สำหรับใครที่รู้สึกว่าตนเองมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในระดับที่พึงพอใจแล้วแต่ยังขาดในเรื่องของความยืดหยุ่นของร่างกายอยู่ แนะนำให้เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้มเนื้อด้วยกีฬาที่เน้นการยืดเหยียดของร่างกายทั้งส่วนบน อย่างกล้ามเนื้อแขน มือ และรยางค์ส่วนล่างอย่าง ต้นขา ขาส่วนล่าง เท้า เป็นต้น โดยสามารถที่จะเลือกเป็น กีฬาโยคะหรือกีฬายิมนาสติก ก็จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากจะได้ในเรื่องของความยืดหยุ่นแล้ว ยังได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากต้องมีการทำแต่ละท่าทางไปพร้อมกับการหายใจที่ถูกต้อง ทั้งการหายใจเข้าและหายใจออก เรียกได้ว่าเกิดประโยชน์หลากหลายต่อเลยทีเดียว

ส่วนใครที่ต้องการเพิ่มทักษะในส่วนของการทำงานประสานสัมพันธ์กันของร่างกาย เช่น การทำงานประสานสัมพันธ์ของตาและแขน มือ สามารถเลือกเป็นชนิดกีฬา เปตอง แบดมินตัน เนื่องจากเราจะได้ฝึกใช้สายตาในการกะระยะของสิ่งของวัตถุต่าง ๆ และกำหนดแรงของแขนที่จะใช้ในการโยนลูกให้เข้าใกล้ลูกแก่นสำหรับกีฬาเปตอง ส่วนแบดมินตันจะใช้ทักษะกำหนดระยะการรับลูก การกำหนดแรงในการตีลูกกลับไปยังฝั่งตรงข้าม เมื่อมีการฝึกอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเราสามารถทำงานประสานสัมพันธ์กันได้ดีขึ้น

ยังมีกีฬาอีกหลายชนิดที่รอให้คุณค้นพบความชอบและศักยภาพทางกีฬาของตนเอง ต้องบอกเลยว่ากีฬาแต่ละประเภทมีประโยชน์ที่แตกต่างกัน แต่ก็ล้วนดีต่อทักษะและสมรรถภาพต่าง ๆ ของร่างกาย ส่งเสริมให้เรามีสุขภาพกายที่ดีและแข็งแรงมากขึ้นในระยะยาว

บอกลาความอ้วนกับ 5 สุดยอดกีฬาเพื่อการลดน้ำหนักอย่างได้ผล

บอกลาความอ้วนกับ 5 สุดยอดกีฬาเพื่อการลดน้ำหนักอย่างได้ผล

บอกลาความอ้วนกับ 5 สุดยอดกีฬาเพื่อการลดน้ำหนักอย่างได้ผล

ใครที่กำลังเผชิญปัญหาส่วนเกินหรือลดน้ำหนักอย่างไรก็ไม่ได้ผลเสียที ขอแนะนำตัวช่วยเพื่อการลดน้ำหนักอย่างได้ผลด้วยสุดยอดกีฬา 5 ชนิด ที่รับรองว่าจะช่วยให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม ร่างกายแข็งแรง แถมยังทำให้ลืมปัญหาเรื่องความอ้วนไปได้เลย

วิ่ง
กีฬาสุดคลาสสิกที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม สังเกตได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะแห่งใดก็มักมีคนมาวิ่งเสมอ จุดเด่นของกีฬาประเภทนี้คือแค่มีรองเท้าวิ่งคู่เดียวก็สามารถออกกำลังกายได้แล้ว ที่สำคัญยังสามารถเผาผลาญแคลอรีได้ดี โดยการวิ่งเหยาะ ๆ 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 400-500 กิโลแคลอรี แต่สำหรับใครที่มีปัญหาน้ำหนักตัวมาก แนะนำให้เปลี่ยนไปเล่นกีฬาประเภทอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียงอย่างเช่น ข้อเข่าเสื่อมอันเกิดจากน้ำหนักตัวมากและวิ่งออกกำลังกายนั่นเอง

ปั่นจักรยาน
หากใครที่น้ำหนักตัวค่อนข้างมาก ลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็นการปั่นจักรยานเพราะจะช่วยถนอมข้อเท้าและข้อเข่าได้มากกว่า สามารถปั่นได้ทั้งในที่ร่มหรือกลางแจ้ง โดยการปั่นจักรยาน 1 ชั่วโมง เผาผลาญได้แบบจัดเต็ม 400-500 กิโลแคลอรี ทำให้กีฬาประเภทนี้ได้รับความนิยมทั้งจากหนุ่ม ๆ และสาว ๆ ที่ต้องการให้ร่างกายและหัวใจแข็งแรงไปพร้อมกัน

ว่ายน้ำ
จุดเด่นของกีฬาว่ายน้ำคือสามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก รวมถึงผู้ที่เป็นโรคหอบหืด เนื่องจากการว่ายน้ำช่วยให้ปอดแข็งแรงขึ้น ที่สำคัญยังได้ใช้ร่างกายทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา หรือลำตัว ทำให้ร่างกายแข็งแรงทุกจุด โดยการว่ายน้ำ 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญได้มากถึง 880 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว

ชกมวย
มากันที่กีฬาสำหรับหนุ่มสาวสายบู๊กันบ้าง ซึ่งระยะหลังมานี้จะสังเกตเห็นได้ว่ากีฬาชกมวยได้รับความนิยมมากกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง เหตุผลก็เพราะเป็นกีฬาป้องกันตัว อีกทั้งยังช่วยเบิร์นแคลอรีได้มาก เพราะ 1 ชั่วโมงสามารถเผาผลาญได้ประมาณ 400 กิโลแคลอรี แต่ทางที่ดีควรมีเทรนเนอร์ให้คำปรึกษาเพื่อไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการชก

เทนนิส
อีกหนึ่งสุดยอดกีฬาลดน้ำหนักเพราะเผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 400-600 กิโลแคลอรีภายใน 1 ชั่วโมง รับรองว่างานนี้เหงื่อแตกกระจาย แถมยังได้ร่างกายฟิต ๆ สามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นคู่ก็ได้ นอกจากนี้ กีฬาประเภทนี้ยังช่วยให้หัวใจแข็งแรงและทำให้เลือดสูบฉีดได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจาก 5 ประเภทกีฬาที่สามารเบิร์นแคลอรีได้ดีสุด ๆ แล้ว ใครที่ต้องการบอกลาความอ้วน แนะนำให้เล่นกีฬาควบคู่กับการควบคุมอาหารและพักผ่อนให้ได้วันละ 6-8 ชั่วโมง โดยควรทำเป็นประจำและสม่ำเสมอ รับรองว่านอกจากจะได้หุ่นสวยเป๊ะแล้ว คุณจะได้สุขภาพดี ๆ มาเป็นของแถมอย่างแน่นอน

แนะนำ 5 วิธี เล่นกีฬาอย่างไรไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ

แนะนำ 5 วิธี เล่นกีฬาอย่างไรไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ

แนะนำ 5 วิธี เล่นกีฬาอย่างไรไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ

กีฬาทุกชนิดล้วนมีประโยชน์ในการสร้างเสริมสุขภาพและความสนุกสนานของผู้เล่น ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและจิตใจเบิกบาน ทั้งยังช่วยให้ผู้เล่นได้รู้จักเพื่อนใหม่ กระชับความสัมพันธ์ทางสังคมได้อีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ขึ้นชื่อว่ากีฬาแล้ว ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับการใช้กำลังแรงกายและการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อบางส่วนอย่างต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับลักษณะการเล่นของกีฬาชนิดนั้น ๆ ดังนั้น หากผู้เล่นมีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมหรือขาดความระมัดระวังทั้งก่อนเล่น ระหว่างเล่น และหลังเล่นกีฬา ก็อาจเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย ๆ แต่ถ้ารู้วิธีเตรียมความพร้อม ก็จะหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บได้ ซึ่งเราจะมาแนะนำ 5 วิธีต่อไปนี้

1.เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนลงสนาม
อันดับแรกก่อนที่เราจะเลือกเล่นกีฬาชนิดใดก็ตาม ต้องสำรวจความพร้อมของร่ายกายตัวเองก่อนว่าเหมาะจะเล่นกีฬาชนิดนั้นหรือไม่ หากสภาพร่างกายหรือลักษณะทางกายภาพของเราไม่เอื้ออำนวย ก็ไม่ควรฝืนเล่นกีฬาที่ไม่เหมาะกับเรา เพราะนอกจากจะทำให้ไม่สนุกแล้ว ยังเสี่ยงก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ แม้ว่าเราจะเลือกเล่นกีฬาที่เหมาะกับเราแล้วก็ตาม เราก็ต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนเล่นกีฬาชนิดนั้นด้วย เช่น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หรือการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

2.อบอุ่นร่างกายหรือ “วอร์มอัพ” ก่อนลงสนาม
เชื่อว่าแทบทุกคนคงรู้จักการวอร์มอัพก่อนเล่นกีฬา เพราะเป็นเหมือนขั้นตอนพื้นฐานในวิชาพลศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาเลยก็ว่าได้ เพียงแค่การเหยียดหรือยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ รวมถึงการขยับ หมุน บิด อวัยวะส่วนต่าง ๆ เช่น หัวไหล่ ข้อมือ แขน ขา ฯลฯ ก่อนเล่นกีฬาทุกประเภท เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ช่วยลดอาการบาดเจ็บจากอาการยอดฮิตอย่าง “ตะคริว” ได้เป็นอย่างดี

3.สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันของกีฬานั้น ๆ ทุกครั้ง
อุปกรณ์ป้องกันในกีฬาชนิดต่าง ๆ ย่อมถูกออกแบบมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ในกีฬาชนิดนั้น ๆ ส่วนใหญ่เป็นการป้องกันอวัยวะส่วนที่ใช้เล่นกีฬาชนิดนั้น เช่น สนับแข้งของกีฬาฟุตบอลมีไว้เพื่อป้องกันบริเวณหน้าแข้งที่มักจะเกิดการปะทะระหว่างแข่งขัน หรือหมวกนิรภัย-เฮดการ์ดของกีฬาต่าง ๆ เช่น มวยสากล, จักรยาน, เทควันโด ฯลฯ ล้วนออกแบบมาเพื่อป้องกันส่วนศีรษะที่เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บระหว่างเล่นนั่นเอง

4.มีน้ำใจนักกีฬา เล่นแค่พอรู้แพ้ชนะ
จุดประสงค์แรกเริ่มของการเล่นกีฬานั้น นอกจากจะเพื่อความสนุกสนานแล้ว ยังเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น ๆ ด้วย แต่ปัจจุบัน การเล่นกีฬามักกลายเป็นสังเวียนระบายอารมณ์ กีฬาบางชนิดเต็มไปด้วยการเล่นที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งนอกจากจะทำให้ได้รับบาดเจ็บแล้ว ยังเป็นการทำลายความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เล่นอีกด้วย

5.“คูลดาวน์” หลังเล่นกีฬาทุกครั้ง
ก่อนเล่นมีการ “วอร์มอัพ” หลังเล่นก็จะต้องมีการ “คูลดาวน์” ด้วยเช่นกัน เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายเบา ๆ เช่น การเดินไปมาเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว ช่วยให้ร่างกายกลับเข้าสู่สภาพปกติ เนื่องจาก ในช่วงหลังเลิกเล่นกีฬาใหม่ ๆ ร่างกายจะมี “กรดแลคติก” ที่เกิดจากการกระบวนการเผาผลาญออกซิเจน ตกค้างจำนวนมาก ดังนั้นเราจึงต้องคูลดาวน์เพื่อช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ สลายกรดแลคติกออกจากระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อหลังเล่นกีฬาได้นั่นเอง

จุดประสงค์ของกีฬาคือการเสริมความแข็งแกร่งของร่างกาย ทำให้มีความสามัคคีและสนุกสนาน ดังนั้น อย่ามองข้ามความปลอดภัย ขอให้นำแนวทางข้างต้นไปใช้ เพื่อให้สามารถเล่นกีฬาที่ชื่นชอบไปได้นานเท่าที่ต้องการ

ข้อดีของการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย

ข้อดีของการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย

ข้อดีของการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย

การเล่นกีฬาถือได้ว่าเป็นกิจกรรมโปรดของหลายคน และยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเมื่อมีผลการวิจัยทางการแพทย์ออกมาสนับสนุนว่าการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้รับประโยชน์หลากหลายด้าน อย่างไรก็ตาม มีคนอีกไม่น้อยที่ปฏิเสธการเล่นกีฬา เพราะอ้างว่าไม่มีเวลาและไม่เห็นความสำคัญเท่าที่ควร เราจึงอยากชวนให้มาดูกันว่าข้อดีของการเล่นกีฬาและออกกำลังกายมีอะไรบ้าง เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนเล่นกีฬาที่ชอบมากขึ้น

1.ช่วยเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
คนที่มีปัญหาโรคเรื้อรัง เช่น หอบหืด ความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือด อ้วน ฯลฯ หากให้เวลากับการเล่นกีฬาที่ชอบเพียงวันละ 15 ถึง 30 นาที เช่น การเดินเร็ว การตีแบดมินตัน ว่ายน้ำ วิ่งเหยาะ ๆ กระโดดเชือก ฯลฯ จะทำให้สุขภาพดีขึ้นได้อย่างมาก ลดความรุนแรงของโรคที่เป็นอยู่ได้ ยืนยันได้จากผลตรวจสุขภาพด้วยการเจาะเลือดหรือวัดสมรรถภาพของปอดจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจนเห็นได้ชัด และอาจทำให้สามารถหยุดใช้ยาได้ด้วย

2.ทำให้มีรูปร่างที่ดี
การเล่นกีฬาทุกชนิดจะทำให้ร่างกายเกิดกระบวนการเผาผลาญที่สูงขึ้นกว่าเดิม ผู้ที่ทำงานนั่งทำงานในออฟฟิศทำงานแบบนั่งโต๊ะ โดยที่แทบไม่ได้ขยับตัวลุกเดิน มักจะมีน้ำหนักตัวมากกว่าค่าเฉลี่ยที่ทางการแพทย์แนะนำ ดังนั้นเมื่อหันมาออกกำลังกายสม่ำเสมอจะทำให้รูปร่างเล็กลง เพราะมีการสลายไขมันส่วนเกินไปเป็นกล้ามเนื้อมากขึ้น และกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อยก็สามารถกระชับขึ้นได้ จนทำให้ภาพรวมมีรูปร่างสมส่วนสวยงามยิ่งขึ้น และช่วยให้แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยขึ้นเป็น 10 ปีได้

3.ทำให้สุขภาพจิตดี
การเล่นกีฬาไม่ว่าจะแบบเดี่ยว เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือ แบบทีม เช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ฟุตบอล ต่างทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขที่ช่วยให้จิตใจสดชื่น เบิกบานแจ่มใสมากขึ้น และยิ่งเมื่อได้มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างก็ยิ่งทำให้มีความสุขได้ ทำให้ลดระดับของฮอร์โมนความเครียดในร่างกาย ลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลได้ด้วย

4.ช่วยปรับเปลี่ยนนิสัย
การเล่นกีฬาสม่ำเสมอจะสามารถเปลี่ยนคนที่ขี้เกียจให้กลายเป็นคนขยันได้ เพราะต้องตั้งเวลาในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เกิดการบริหารจัดการเวลาในการทำงานหรือการนอนหลับพักผ่อนอย่างเป็นกิจวัตรที่ดียิ่งขึ้น ทำให้รู้สึกเชื่อมั่นและเห็นคุณค่าในตัวเองยิ่งขึ้น ทั้งยังลดพฤติกรรมการบริโภคอาหารตามใจปากได้เพราะผู้ที่ออกกำลังกายเล่นกีฬาเป็นประจำจะพยายามรักษารูปร่างให้ดียิ่งขึ้นต่อไปได้นาน ๆ ด้วย

จะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของการเล่นกีฬามีอยู่มากมาย เราหวังว่าบทความนี้ทำให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการเล่นกีฬามากขึ้นเพื่อสุขภาพกายและใจที่ดีต่อไป

เล่นกีฬา ให้ประโยชน์อะไรบ้าง

เล่นกีฬา ให้ประโยชน์อะไรบ้าง

เล่นกีฬา ให้ประโยชน์อะไรบ้าง

การเล่นกีฬาถือว่าเป็นกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่ทุกคนควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีการวิจัยมากมายที่สนับสนุนว่าทุกครั้งที่ออกกำลังกายจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อร่างกายและจิตใจในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้

1.กระตุ้นระบบอวัยวะและฮอร์โมน
ในขณะที่ออกกำลังกายร่างกายจะมีการขยับเขยื้อนกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ทำให้เกิดการกระตุ้นหัวใจให้ทำงานสูบฉีดโลหิตได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังส่งผลบวกต่ออวัยวะอื่น ๆ ในการหลั่งฮอร์โมนเพื่อปรับสมดุลการทำงานระบบต่าง ๆ ทำให้ลดความเสี่ยงการเป็นโรคเรื้อรังได้มากมาย เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ฯลฯ

2.ช่วยให้มีรูปร่างที่ดีและมีความมั่นใจขึ้น
กระบวนการเผาผลาญของร่างกายจะดียิ่งขึ้น หากออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยต่อเนื่องครั้งละ 30 นาที โดยจะมีการเผาผลาญพลังงาน 60 ถึง 100 กิโลแคลอรี และกระตุ้นการเปลี่ยนไขมันส่วนเกินที่อยู่ใต้ผิวหนังเป็นพลังงานในขณะออกกำลังกาย จึงทำให้มีรูปร่างที่เพรียวกระชับสมส่วนขึ้น ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือมีปัญหาโรคอ้วนจึงมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้จากการออกกำลังกาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยา อาหารเสริมแต่อย่างใด

3.เพิ่มการหลั่งสารเคมีในสมอง ส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี
สารเซโรโทนินและเอ็นโดรฟินเป็นสารที่ร่างกายหลั่งออกมามากขึ้นในช่วงออกกำลังกาย ส่งผลในทางที่ดีต่อจิตใจ เมื่อออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละสามครั้ง จะทำให้เราเสพติดความสุขและความสดชื่นหลังการออกกำลังกาย ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดี บรรเทาโรคเครียด โรคซึมเศร้า ควรเพิ่มเวลาในการออกกำลังกายมากขึ้น

4.สร้างมิตรภาพและสังคมที่กว้างขึ้น
การออกกำลังกายเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมเพื่อนผู้รักสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันมีการรวมกลุ่มในเฟซบุ๊กและไลน์มากมาย เพื่อให้คนที่ชอบเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายแบบเดียวกัน อย่างการว่ายน้ำ ไตรกีฬา วิ่งมาราธอน ปั่นจักรยาน ฯลฯ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือแนะนำสถานที่ออกกำลังกายใหม่ ๆ การออกกำลังกายจึงทำให้มีสังคมเพื่อนกว้างขึ้นได้

5.ทำให้มีวินัยในชีวิตประจำวันมากขึ้น
การออกกำลังกายควรทำเป็นประจำ เช่น ช่วงเวลาเช้า 5:00 น. ถึง 6:00 น. ก่อนทำงาน หรือ ช่วง 18:00 น. ถึง 19:00 น. หลังเลิกงาน ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีสุขภาพดี มีความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้า มีสุขภาพกายและใจที่ดี จะต้องจัดสรรเวลาออกกำลังกายให้เป็นกิจลักษณะ จึงจะทำให้เป็นคนที่มีวินัยมากขึ้นในระยะยาวด้วย

จะเห็นได้ว่าการออกกำลังกายให้ประโยชน์แก่ทุกคนอย่างรอบด้าน ทั้งในทั้งด้านสุขภาพกายและใจ การสร้างสังคมผู้รักษาสุขภาพที่กว้างขวางขึ้น ทั้งนี้ควรเลือกชนิดกีฬาที่เหมาะสมกับสุขภาพของร่างกายและตามช่วงวัย ไม่ควรหักโหมเกินไป เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

5 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกีฬาบาสเกตบอล

5 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกีฬาบาสเกตบอล

5 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกีฬาบาสเกตบอล

การเล่นกีฬาบาสเกตบอล จะต้องมีอุปกรณ์ในการเล่น คือ ลูกบาสเกตบอลเบอร์ 7 สำหรับการแข่งขันประเภทชาย เบอร์ 6 สำหรับการแข่งขันประเภทหญิงและลูกบาสเกตบอลในประเภทการแข่งขัน 3 คน จะใช้บาสเกตบอลเบอร์ 6 แต่น้ำหนักเบอร์ 7 ซึ่งจะต้องเล่นที่สนามที่มีขนาดความยาวทั้งหมด 28 เมตร กว้าง 15 เมตร โดยห่วงมีความสูงประมาณ 10 ฟุต หรือ 3.05 เมตร และที่สำคัญก่อนการเล่นกีฬาบาสเกตบอลควรศึกษาความรู้เบื้องต้นเพื่อเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี 5 เรื่องที่น่ารู้ดังนี้

1.จำนวนผู้เล่นและตำแหน่ง
การเล่นกีฬาบาสเกตบอลประกอบด้วยผู้เล่นแต่ละทีม 12 คน สามารถลงสนามได้ทีมละ 5 คน ซึ่งในสนามประกอบด้วย 5 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งที่ 1 Point Guard ตำแหน่งที่ 2 Shooting Guard ตำแหน่งที่ 3 Small Forward ตำแหน่งที่ 4 Power Forward ตำแหน่งที่ 5 Center

2.วิธีเริ่มการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล
การเริ่มแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล จะมี 5 คนกระทำได้ในการกระโดดปัดลูกบาสเกตบอลบริเวณกึ่งกลางสนาม ซึ่งผู้เล่นจะมีสิทธิ์เพียงแค่ปัดลูกบอลไปให้ผู้เล่นทีมเดียวกันเท่านั้น ที่สำคัญจะไม่มีสิทธิ์ที่จะกระโดดขึ้นไปแล้วคว้าบอลจับสองมือ เนื่องจากการการะทำเช่นนี้จะเป็นการละเมิดกติกา ทำให้ผู้ตัดสินได้ตัดสินให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้บอลในทันที ส่วนการเคลื่อนที่ในการแข่งขันเล่นกีฬาบาสเกตบอล ทำได้ด้วยการส่งลูกบาสเกตบอลให้กับผู้ร่วมทีมหรือเคลื่อนที่ด้วยการเลี้ยงลูกบาสเกตบอล การเดาะลูกบาสเกตบอลสู่มือเรื่อย ๆ

3.การทำแต้มหรือคะแนน
การทำแต้มจะเกิดขึ้นเมื่อฝั่งที่ครอบครองลูกบอลได้ยิงหรือชู้ตบาสเกตบอลลงห่วงของทีมฝั่งตรงข้าม หากได้ยิงลงภายในพื้นที่เส้นโค้งหรือยิงระยะกลางจะได้ 2 คะแนน แต่ถ้ายิงลงภายนอกเขตเส้นโค้งจะได้ 3 คะแนน ส่วนกรณีที่เป็นลูกโทษหรือเรียกว่า Free Throw จะได้ลูกโทษละ 1 คะแนน

4.การครอบครองบอล
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองบอล ไม่ว่าจะเป็นการบล็อกลูกบอลที่ยิง การ Rebound หรือการเก็บลูกบาสเกตบอลที่ยิงพลาดหรือจะเป็นการขโมยลูกบาสเกตบอลเพื่อนำบอลไปทำคะแนนเสียเอง

5.ระยะเวลาของการแข่งขัน
กีฬาบาสเกตบอลจะมีระยะเวลาการแข่งขัน ถ้าเป็นมือสมัครเล่นหรือ Fiba จะเล่นทั้งหมดได้ 4 ช่วง ช่วงละ 10 นาที ส่วน NBA จะเล่นทั้งหมด 4 ช่วง ช่วงละ 12 นาที เมื่อหมดเวลาการแข่งขันทีมไหนทำแต้มมากกว่าทีมนั้นเป็นฝ่ายชนะ แต่บาสเกตบอลไม่มีการเสมอ เพราะฉะนั้น ถ้ามีการเสมอหรือมีแต้มเท่ากันจะต้องต่อเวลาช่วงละ 5 นาที ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ

นอกจาก 5 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกีฬาบาสเกตบอลดังกล่าวแล้ว ควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบการเล่นเพื่อไม่ให้ละเมิดกติกา เช่น ทีมที่ครอบครองบอลจะต้องยิงลูกบาสเกตบอลให้โดนห่วงภายในเวลา 24 วินาที หากเลยเวลาที่กำหนด ผู้ตัดสินจะให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้บอลทันที การละเมิดกติกาที่เกี่ยวข้องกับการถูกต้องตัวกับฝ่ายตรงข้ามที่ผิดกติกาหรือพฤติกรรมที่ไม่ใช่วิสัยของนักกีฬาที่เรียกว่า การฟาล์ว (FOUL) เป็นต้น หลังจากนี้หวังว่าผู้อ่านจะสนุกกับการดูกีฬาบาสเกตบอลมากขึ้น หรือถ้าจะเล่นบาสเกตบอล ก็จะเข้าใจในกติกาได้มากขึ้นด้วย

7 ทักษะการเล่นกีฬาฟุตบอลที่สำคัญ

7 ทักษะการเล่นกีฬาฟุตบอลที่สำคัญ

ทักษะการเล่นกีฬาฟุตบอลจะมีระดับตั้งแต่พื้นฐานจนไปถึงระดับชำนาญ และหากเมื่อไหร่มีการค้นพบตัวเองก็จะนำไปสู่การเป็นมืออาชีพแบบทีมชาติได้ นอกจากนี้ กีฬาฟุตบอลยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อย่างคุ้มค่า ซึ่งสามารถเล่นได้ตั้งแต่ 4 – 18 ปีขึ้นไป ทั้งเดี่ยวและกลุ่ม

  1. การเล่นฟุตบอลที่มีความถนัดทั้งสองเท้า ทักษะนี้จะช่วยให้ชนะได้เพราะจะทำให้คู่แข่งดักทางได้ยาก นอกจากนี้ยังทำให้การเตะ การยิงประตูหรืออื่น ๆ ได้ดีกว่าเท้าเดียว
  2. การควบคุมลูกฟุตบอลทั้งบนพื้นและบนอากาศ ถือว่าเป็นจุดเด่นระดับพื้นฐานทางด้านการเคลื่อนไหวในการเล่นฟุตบอล
  3. วิ่งอย่างคล่องแคล่วตามแบบการเล่นฟุตบอล ได้แก่ การวิ่งแบบซิกแซกเมื่อได้ครอบครองลูกบอล วิ่งในส่วนมุมของสนาม วิ่งหาลู่ทาง วิ่งหลบ วิ่งตัดคู่แข่ง
  4. การเลี้ยงลูกบอลให้ชนะคู่แข่งได้เร็วขึ้น เป็นการทำให้ลูกบอลไปยังหน้าประตูฝ่ายตรงข้ามหรือการทำประตูนั่นเอง
  5. ความรวดเร็วในการหลอกทีมตรงข้าม เป็นวิธีเสริมการเลี้ยงลูกบอลเพื่อให้ชนะ สร้างความภูมิใจในการเล่นฟุตบอลมากขึ้น
  6. เพิ่มความแรงในการยิงประตู ด้วยการขยับไปพร้อมกับลูกบอลแบบกระโดด แบบหลบ การพุ่งหรืออื่น ๆ
  7. ความแม่นยำในการเดาะลูกฟุตบอล ในส่วนศีรษะ เท้า ขาและเข่าแบบปราศจากมือช่วยในการจับ โดยไม่ให้ลูกบอลหล่นบนพื้น

ประโยชน์ต่อสุขภาพจากการเล่นกีฬาฟุตบอล

การเล่นกีฬาฟุตบอลช่วยป้องกันข้อเสื่อมโดยเฉพาะทักษะการหยุดบอลซึ่งต้องใช้การขยับในส่วนฝ่าเท้า ข้างเท้าหรือส่วนอื่น ๆ ช่วยให้เลือดไหลเวียนศีรษะได้ดี ในทักษะการโหม่งลูกบอลที่ต้องใช้ส่วนหน้าผากส่งลูกบอลให้กับทีมร่วมเล่นเพื่อขวางคู่แข่ง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกระบอกตาหรือเป็นการบริหารสุขภาพสายตา ในทุกทักษะการเล่นฟุตบอลเพราะจะต้องดูการเคลื่อนไหวของลูกบอลตลอดเวลา ช่วยให้จิตใจมีสมาธิหรือสุขภาพจิตดีขึ้นเนื่องจากต้องจดจ่อลูกบอลส่งไปยังประตูเพื่อชนะคู่แข่งซึ่งต้องใช้สมาธิในการเล่นสูง ช่วยการเต้นของหัวใจดีเยี่ยมเพราะการเล่นฟุตบอลต้องวิ่งตลอด จึงต้องอาศัยออกซิเจนสูง ช่วยให้ระบบการทำงานของอวัยวะภายในดีขึ้น ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเอ็นและข้อต่อ เพราะการเล่นฟุตบอลนั้นต้องใช้ทุกส่วนโดยเฉพาะขาที่ต้องใช้เตะ วิ่ง กระโดดหรืออื่น ๆ ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงเพิ่มขึ้น ร่างกายมีสัดส่วนที่ดี เนื่องจากได้เผาผลาญพลังงานมากในกรณีที่ได้เล่นฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีปริมาณน้ำหนักเกินมาตรฐาน ช่วยให้ห่างไกลโรคกระดูกพรุน ไม่ให้เสียมวลกระดูกเพราะเป็นกีฬาที่ต้องวิ่งซึ่งเชื่อมโยงกับกระดูก ช่วยให้ไม่เกิดความซึมเศร้า เพราะทุกครั้งเมื่อได้เล่นฟุตบอลจะช่วยให้สมองของผู้เล่นปลอดโปร่ง

การเล่นกีฬาฟุตบอลถือว่าเป็นกีฬาที่นอกจากจะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังทำให้เรียนรู้จัดการอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้นด้วย เพราะในการเล่นฟุตบอล สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องควบคุมตัวเองให้มีความอดทน ใจเย็น อีกทั้งเป็นกีฬาที่ใช้อุปกรณ์น้อย ราคาไม่แพง แต่เปี่ยมไปด้วยการพัฒนาทักษะพร้อมเรียนรู้ให้เข้ากับทีมได้ดีเพื่อนำไปสู่ชัยชนะ รวมถึงรู้จักสิทธิของผู้อื่นและการทำงานเป็นทีม เนื่องจากกีฬาฟุตบอลมีกฎในการเล่น สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาใช้ในชีวิตจริง ทั้งในเรื่องความอดทนและรับฟังความคิดเห็นคนอื่นอย่างยุติธรรม ช่วยให้มีไหวพริบเพราะทุกครั้งในการเล่นจะต้องหาทางออกของปัญหาได้เก่ง ไม่ว่าจะเป็น การหลบหลีกคู่แข่ง การรับหรือการส่งออกลูกฟุตบอลก็ตาม ที่สำคัญ คือ เป็นกีฬาที่สนุกและลดความเครียดได้ เพราะร่างกายจะขับสารเอ็นโดร์ฟิน ทำให้เกิดความชื่นชอบกีฬาฟุตบอลมากขึ้น จนอยากกลับมาเล่นทุกครั้งเมื่อมีเวลาว่าง

Hertha Berliner FC

ประวัติ สโมสรฟุตบอล แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (Hertha Berliner Sport-Club e.V.)

เจ้าของฉายา หญิงชรา ก็คือสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อว่า แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ทีมฟุตบอลในประเทศเยอรมันที่ถูกก่อตั้งมานานเกิน 100 ปี โดยเริ่มการก่อตั้งขึ้นในปี 1892 เป็นหนึ่งในสมาชิกที่เริ่มก่อตั้งสมาคมฟุตบอลเยอรมนีขึ่นมาที่เมืองไลป์ซิกในปี 1900 เดิมที่เป็นสโมสรขนาดใหญ่แต่ฝีไม้ลายมือยังไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ทำให้พึ่งจะเลื่อนชั้นมาเล่นในรายการ บุนเดสลีก้า เยอรมัน ได้อย่างมั่นคงในช่วงฤดูกาล 2013 ซึ่งเป็นยุคที่เทคโนโลยีเริ่มก้าวหน้าขึ้นมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลทั่วทุกมุมโลกผ่านโลกที่เราเรียกว่า อินเตอร์เน็ต ทำให้คนทั่วโลกเริ่มได้ชมฟุตบอลลีกของ เยอรมัน มากขึ้นและได้ยินได้คุ้นหูกับสโมสรแห่งนี้และต่อไปนี้คือที่มาที่ไปของสโมสร แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ว่าที่ผ่านมาพวกเขาเดินทางมาถึงจุดสูงสุดคือการได้ลงเล่นฟุตบอล บุนเดสลีก้า เยอรมัน ได้อย่างไร จุดเริ่มต้นของทีมฟุตบอลย้อนกลับไปในปี 1982 การก่อตั้งสโมสรภายใต้การใช่ชื่อสโมสรว่า BFC Hertha 92 ซึ่งมีความหมายที่มากจากเรือจักรไอน้ำสีขาวคาดฟ้าโดยตำราบอกว่าเป็นเรือที่ 1 ใน 4 ของสมาชิกผู้ก่อตั้งเคยโดยสารท่องเที่ยวไปกับพ่อ

อีกนัยยะหนึ่งคำว่า Hertha คือชื่อหนึ่งของ Nerthus ที่ว่ากันว่าเป็นเทพแห่งการเพาะปลูกตามความเชื่อความศรัทธาของชาวเยอรมันในยุคนั้น พวกเขาตั้งถิ่นฐานอยู่แถวๆย่านชาร์ลอตเทนเบิร์ก ในเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี การครองแชมป์แรกของพวกเขาคือรายการ เบอร์ลิน แชมเปี้ยนส์ชิพ ซึ่งพวกเขาทำสำเร็จในปี 1905 หลังจากที่ก่อตั้งสโมสรมาแล้ว 16 ปี ถัดมาอีก 5 ปีการเอาชนะทีมฟุตบอลจากประเทศอังกฤษ อย่าง เซาธ์เอน ยูไนเต็ด ทำให้เป็นที่ฮือฮาของคนในยุคนั้นแม้ว่าจะเป็นแค่การอุ่นเครื่องแต่เรื่องของศักดิ์ศรีการเป็นที่หนึ่งของวงการฟุตบอล การที่มีทีมฟุตบอลจากประเทศ อังกฤษ มาพลาดท่าแพ้ให้กับพวกเขาย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่แฟนบอลจะรู้สึกเฮฮากันยกใหญ่ แต่แล้วการเดินทางของสโมสรไม่ได้ราบลื่นในช่วงหลายปีต่อมาเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการเงินจนทำให้ทีมต้องตัดสินใจย้ายไปขอรวมตัวกับสโมสร Breliner Sport-Club ทีมฟุตบอลที่มีมาตราฐานและมีความมั่นคงมากกว่าจนเป็นที่มาของการสถาปณาชื่อใหม่ว่า Hertha Berliner Sport-Club ผ่านมา 10 ปีกับการรวมทีมกันมาถือทำให้สไตล์การเล่นของพวกเขาเริ่มมีแนวโน้มไปในทางที่ดีทุกๆฤดูกาลจะจบที่หัวตารางของรายการ โอเบอร์ลีกา เบอร์ลิน-บรันเดนบูร์ก ลีกสูงสุดของระดับภูมิภาคอีกทั้งยังเข้าชิงรายการ เยอรมัน แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดของระดับประเทศติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 1926

ประสบความสำเร็จครั้งแรกกับเกมลีกระดับอาชีพ

จนในที่สุดพวกเขาก็ประสบความสำเร็จครั้งแรกกับเกมลีกระดับอาชีพ คือการเป็นแชมป์รายการ เยอรมัน แชมเปี้ยนชิพ ในปี 1930 หลังจากนั้นพวกเขาก็สามารถฝ่าเข้าไปชิงแชมป์ในนัดสุดท้ายได้อีกครั้งในฤดูกาล 1931 พร้อมกับความสำเร็จหนที่สองพวกเขาครองแชมป์เยอรมัน แชมป์เปี้ยนชิพ 2 สมัยซ้อน พอเข้าสู่ช่วง 1933 ในประเทศเยอรมัน ณ ตอนนั้นถูกปกครองอำนาจด้วยกลุ่มกองทัพของ นาซี จนได้มีการรื้อระบบการแข่งขันโครงสร้างฟุตบอลในประเทศใหม่ ขณะที่ทาง แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ถูกจัดส่งให้ลงไปเล่นในศึกฟุตบอล เกาลีก้า เบอร์ลิน บรันเดนบูร์ก โดยที่ หญิงชรา สามารถคว้าแชมป์ เกาลีก้า ไปได้ทั้งสิ้น 3 สมัยโดยมีฤดูกาล 1935-1937 แต่ความสำเร็จในการผ่านเลื่อนชั้นขึ้นไปในระดับที่สูงสุดของพวกเขาก็ยังคงไม่สมหวังเหมือนเคย ต่อมาปี 1945 หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ นาซี เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปทำให้กฎระเบียบและข้อบังคัพที่เข้ามาควบคุมองค์กรใหญ่ในประเทศจากฝ่ายสัมพันธมิตรทำให้เกิดการรวมทีมขึ้นมาใหม่อีกครั้งและตั้งชื่อใหม่ว่า SG Gesundbrunnen และได้เล่นอยู่ใน โอเบอร์ลีกา เบอร์ลิน จนผ่านมาได้ 4 ปี

หลังจากที่ระบบปกครองของประเทศเริ่มดีขึ้นความขัดแย้งเริ่มเบาบางลงพวกเขาก็สามารถถอนตัวออกมาพร้อมหันกลับมาใช้ชื่อทีมเดิมก่อนที่จะได้รับโอกาสให้ขยับกลับขึ้นไปเตะอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศ ด้วยความระหองระแหงระหว่าง เยอรมันฝั่งตะวันตกที่มี อเมริกา และ ฝรั่งเศส คอยดูแลจัดการอยู่นั้น ทางฝั่งของ เยอรมันตะวันออกก็มี สหภาพโซเวียต หรือ รัสเซีย หนุนหลังอยู่สถานการณ์ทางการเมืองกำลังเริ่มเข้าสู่ยุคสงครามเย็นซึ่งทำให้ส่งผลกระทบกับวงการฟุตบอลในเมืองหลวง โดย เบอร์ลิน เองก็โดนสั่งงดไม่ให้เตะกับทีมคู่แข่งที่อยู่ฝั่งของเยอรมันตะวันตกในปี 1949-50 เพราะพวกเขาดันไปอ้าแขนรับไม่ว่าจะสต๊าฟโค้ชหรือนักเตะที่อพยพมาจากสโมสร เดรสด์เนอร์ เอ็สเซ ที่อยู่ในกรุงเดรสเดรน เมืองหลวงของฝั่งเยอรมันตะวันออก ต่อมาในปี 1958 หลังจากที่มวลของสงครามเย็นเริ่มเบาบางลงพวกเขาก็มีโปรเจคที่จะรวมทีมกับสโมสรในเมืองหลวง เทนนิส โบรุสเซีย และ เบอร์ลิน เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ผลโหวตที่ออกมาไม่เป็นผลมีคนเห็นด้วยแค่ 3 คนจากทั้งหมด 266 เสียง 3 ปีต่อมา กำแพงเบอร์ลินก็ถูกสร้างเสร็จ ส่งผลกระทบอย่างมากสำหรับแฟนบอลที่อยู่ทางฝั่งเยอรมันตะวันออกที่มี โซเวียต ปกครองอยู่ มีบทสัมพาษย์จากชายคนหนึ่งที่เป็นแฟนบอลของ แฮร์ธ่า เขาพูดว่าพวกเขาทำได้แค่เอาหูแนบกำแพงเพื่อฝั่งเสียงเฮที่มาจากสนาม Stadion am Gesundbrunnen (สนามเหย้าเดิมที่เคยใช้ในอดีต)ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกำแพงเบอร์ลินมากนักทุกครั้งที่พวกเขาได้ยินเสียงเฮก็มักจะส่งเสียงเฮตามไปด้วยจนบางครั้งบางคราพวกเขาที่มาเฝ้าฟังเสียงทีมรักที่ข้างกำแพงเมื่อตะโกนออกไปก็จะถูกจับกุมโดยกุม สตาซี ที่เป็นตำรวจลับของฝั่งตะวันออก หนักสุดคือพวกเขาถูกยึดพาสปอร์ตและสูญเสียงานที่พวกเขาทำอยู่

ไม่นานในปี 1963 สมาคมฟุตบอลเยอรมันก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการแข่งขันเกมลีกขึ้นมาใหม่เป็น บุนเดสลีก้า เยอรมัน และได้เลือกเอาแชมป์และทีมหัวตารางจาก โอเบอร์ลีกา และ เบอร์ลิน มา 16 ทีมเพื่อลงแข่งขันเกมลีก หญิงชรา ได้รับคัดเลือกให้เลื่อนชั้นขึ้นมาเตะฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศในยุคที่เยอรมันเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ในฤดูกาลแรกที่พวกเขาอยู่บนสังเวียน บุนเดสลีกา เกือบจะเอาตัวไม่รอดเกือบตกชั้นแต่ก็รอดไปได้อย่างหวุดหวิด ในปี 1965 สโมสรถูกตรวจสอบว่ามีการติดสินบนกับนักเตะเพื่อให้พวกเขาย้ายทีมเข้ามาทำให้ถูกปรับตัดสิทธิ์ให้ต้องตกชั้นลงไปเพียงแค่ทีมเดียวในฤดูกาลนั้นอีกทั้งพวกเขายังถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลเยอรมันไปในทางที่ไม่ค่อยดีเพราะหลังจากที่โดนตรวจสอบไป พวกเขาต้องตกชั้นลงไปทั้งๆที่ลงแข่งไป 34 นัด แต่กับมีแค่ 8 คะแนนเป็นทีมเดียวใน บุนเดสลีก้า ที่เคยมีมาอีก 3 ปีต่อมาพวกเขาสามารถฝ่าฝันอุปสรรคจนได้กลับมาสู่เวที บุนเดสลีก้า เยอรมัน อีกครั้ง สุดท้ายในปี 1971 พวกเขาถูกตรวจสอบว่ามีการทุจริตอีกครั้งและในระหว่างที่มีการสืบค้นข้อมูล ปรากฎว่าสโมสรเป็นหนี้ก้อนโตถึง 6 ล้านมาร์ค จนทำให้สโมสรต้องยอมขายสนามเพื่อหาเงินมาชดใช้ ในฤดูกาล 1975 พวกเขาสามารถทำแต้มในตารางคะแนนจนได้เป็นรองแชมป์ลีก ได้รับสิทธิ์ให้ไปเล่นในเกม ยูฟ่า คัพ ต่อมาในปี 1977 ทีมสามารถผ่านเข้ารองชิงชนะเลิศในศึกฟุตบอล เดเอฟเบ โพคาล แต่ก็พลาดท่าแพ้ให้กับ เอฟซี โคโลญจน์ ไปในการดวลจุดโทษเช่นเดียวกับอีก 2 ปีที่ได้เข้าไปชิง เดเอฟเบ โพคาล อีกครั้งในรอบ 3 ปีแต่ก็แพ้ให้กับ ฟอร์ทูน่า ซิดตาร์ด ไป 1-0 ก่อนจะจบช่วงต่อเวลาพิเศษ ในปีเดียวกัน หญิงชรา ผ่านทะลุไปในรอบตัดเชือกของรายการ ยูฟ่า คัพ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะพ่ายแพ้ให้กับทาง เร้ด สตาร์ เบลเกรด ไปส่งผลให้ เบลเกรด เข้าชิงชัยกับ มึนเช่นกลัดบัค ไปในปีนั้น

ต้องกลับเล่นดิวิชั่น 2 อีกครั้ง

แต่แล้วในฤดูการ 1980 ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำผลงานได้ดีกับการลงเล่นฟุตบอลถ้วยแต่แตกต่างจากผลงานในลีกที่ร่อแร่จะรอดแหล่ไม่รอดแล่ จนกระทั้งพอสิ้นฤดูกาล 1979-80 หญิงชรา ต้องล่วงตกชั้นลงไปในที่สุด ในช่วงฤดูกาล 1981-82 ระหว่างที่ทำศึกในดิวิชั่น 2 ของเยอรมัน พวกเขาทำผลงานได้ดีจนจบอันดับที่ 2 ของตาราง พาทีมเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาได้สำเร็จแต่ด้วยขุมกำลังของสโมสรในลีกสูงสุดที่ค่อยข้างจะแข็งแกร่งทำให้พวกเขาต้องล่วงตกชั้นลงมาอีกรอบ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดหนักตั้งแต่ที่พวกเขาตกชั้นลงมาหนนี้ก็ไม่มีวี่แววที่จะได้เลื่อนชั้นกลับขึ้นไปจนในปี 1986 พวกเขาคิดจะย้อนกลับไปทำตามโปรเจคเดิมคือการรวมทีมแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จสุดท้ายปัญหายิ่งหนักขึ้นและพวกเขาก็ต้องตกชั้นลงไปเล่นในดิวิชั่น 3 ในปีต่อมา พอเล่นในลีกา 3 เยอรมัน ได้ 2 ฤดูกาล แฮร์ธ่า ได้เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาสู ลีก้า 2 ได้จนกระทั้งในปี 1990 หญิงชรา คว้าถ้วยแชมป์บุนเดสลีก้า 2 เยอรมัน ได้สำเร็จส่งผลให้ตีตั๋วทะยานขึ้นสู่ดิวิชั่นสูงสุดได้อีกครั้ง แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ความหวังในการรั้งให้อยู่บนลีกสูงสุดได้ต่อไปก็ไม่เป็นผลสำเร็จพวกเขาจบฤดูกาลด้วยการเป็นทีมบ๊วยของลีกทำให้ตกชั้นลงมาเหมือนเช่นเคย 4 ปีถัดมาปรากฎว่าพวกเขาต้องเจอกับปัญหาทางด้านการเงินอีกครั้งหลังจากที่ตรวจสอบแล้วผลปรากฎว่าสโมสรมีหนีมากถึง 10 ล้านมาร์คทำให้ทีมบริหารต้องแก้ไขโดยการขายสิทธิ์การครองพื้นที่และเปิดรับสปอร์นเซอร์หน้าใหม่เข้ามาลงทุนและอีก 3 ปีต่อมาพวกเขาก็สามารถกลับขึ้นมาเล่นบนเวลาที่บุนเดสลีก้าได้อีกหนอีกทั้งยังทำลายสถิติ6 ปีที่ไม่มีทีมจากเมืองหลวงขยับขึ้นมาเล่น บุนเดสลีก้า ไว้ได้ ดูเหมือนว่าการกลับมาของพวกเขาในครั้งนี้จะโชว์ผลงานได้ดีกว่าเดิมเยอะมากๆนอกจากจะรักษาไม่ให้ทีมตกชั้นลงไปได้ภายในปี 1999 พวกเขาจบอันดับ 3 ของลีกรับโควต้าไปลุยศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสรและพวกเขาก็ยังคงวงเวียนอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศมาตลอดแต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรเลยได้แต่ประครองอยู่มาเรื่อยๆ

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน

จนฤดูกาล 2005 ผลงานของทีมไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่จนทำให้ทีมเกือบจะต้องตกชั้นลงไปแต่ครั้งนี้ก็ยังเป็นอีกครั้งที่พวกเขารอดตกชั้นมาได้อย่างหวุดหวิด แฮร์ธ่า ยังคงเกาะติดอยู่กับลีกสูงสุดมาได้อย่างยาวนานจนเมื่อสิ้นฤดูกาล 2009-2010 พวกเขาก็ต้องทำแฟนบอลผิดหวังเพราะจบด้วยการรั้งอันดับสุดท้ายจนต้องตกชั้นลงไปในที่สุด แต่หลังจากที่ตกชั้นลงไปได้แค่เพียงปีเดียว หญิงชรา ก็คืนชีพกลับมาได้อีกครั้งแต่ก็สลับด้วยการตกชั้นลงไปอีกครั้งในฤดูกาล 2011-12 และกลับเลื่อนชั้นมาได้อีกหลังสิ้นฤดูกาล 2012-13 อย่างที่กร่าวไปข้างต้นว่าพวกเขาทะยานมาถึงจุดสูงสุดระดับประเทศได้มั่นคงอีกครั้งคือในปี 2013 หลังจากนั้นมาจนถึงปีปัจจุบันพวกเขาก็ยังไม่ตกชั้นลงไปในดิวิชั่น 2 อีกเลย

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่ทีมที่ประสบความสำเร็จมากมายเหมือนกับสโมสรในตำนานเหมือนกับสโมสรอื่นๆแต่สิ่งที่พวกเขาทำไว้ในอดีตทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายเป็นบทเรียนที่ทำให้สโมสรแห่งนี้ยังคงอยู่ทั้งๆที่ต้องต่อสู้กับมรสุมหลายอย่าง และข้อคิดที่ได้จากการสืบค้นเรื่องราวประวัติความเป็นมาของสโมสรแห่งนี้คือ การกระทำสิ่งที่ผิดต่อจรรยาบรรณของอาชีพนั้นสุดท้ายก็จะทำให้มีแต่สิ่งไม่ดีตามมาเช่นเดียวกับสโมสรแห่งนี้ที่เคยทุจริตจนถูกกฎระเบียบของสมาคมฟุตบอลลงโทษจนทำให้ทีมต้องตกชั้นลงไปและยังถูกบันทึกชื่อไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลเยอรมันอีกด้วย โดยที่พวกเขาเป็นทีมเดียวที่ต้องรับโทษหนักในครั้งนี้ อย่างไรก็ดีหวังว่าประวัติความเป็นมาของ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน จะมีประโยชน์กับตัวผู้ที่เข้ามาอ่านอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

รายชื่อนักเตะและโค้ชปัจจุบัน : https://tdedkick.com/team/8177/

จุดเด่นของรองเท้า

วิธีเลือกรองเท้ากีฬาอย่างมืออาชีพ

จุดเด่นของรองเท้า

การเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะชนิดที่มีการขยับเขยื้อนร่างกาย หรือที่เรียกว่าแอโรบิก จะเพิ่มการเผาผลาญลดน้ำหนักได้ดี ได้แก่ การวิ่ง เต้นแอโรบิก เดินเร็ว และอื่น ๆ ซึ่งอาจมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บได้หากเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสม เพราะรองเท้ากีฬามีบทบาทสำคัญในการลดแรงกระแทก ช่วยในการกระชับกล้ามเนื้อบริเวณข้อเท้า ช่วยทำให้เล่นกีฬาแต่ละชนิดนั้นได้ดีขึ้น

นอกจากการเลือกรูปทรงและสีสันที่น่าพึงพอใจแล้ว เรามาดูกันว่ามีวิธีอย่างไรบ้าง ในการเลือกซื้อรองเท้าเล่นกีฬาแบบมืออาชีพ

ก่อนอื่น ต้องรู้ว่าก่อนซื้อรองเท้ากีฬา ควรได้ทดลองสวมดูก่อนเสมอ จึงไม่ควรซื้อทางออนไลน์หากไม่เคยลองสวมจากหน้าร้านมาก่อน และต้องเลือกขนาดที่เหมาะกับรูปทรงและความยาวฝ่าเท้า จึงมีคำแนะนำให้เลือกซื้อรองเท้าในช่วงเวลาบ่าย-ค่ำ เนื่องจากระบบการไหลเวียนเลือดจะเต็มที่ ทำให้มีขนาดเท้าตามที่เป็นจริง ส่งผลให้สามารถเลือกขนาดรองเท้าที่เหมาะสมได้

การเลือกซื้อ ให้เผื่อพื้นที่ว่างของรองเท้าด้วย โดยต้องไม่บีบรัดแน่นจนเกินไป หรือคนที่มีหน้าเท้ากว้าง ก็ต้องระวังไม่ให้มีการเสียดสีระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้งด้วย มาต่อกันที่ประเด็นเรื่องน้ำหนักของรองเท้า ควรเน้นความเบาสบาย ไม่ควรมีน้ำหนักมากเกินกว่า 280 กรัม

ในปัจจุบันมีรองเท้ากีฬาอยู่หลายยี่ห้อ เราจะนำมายกตัวอย่างและอธิบายถึงจุดเด่นของแต่ละรุ่นดังนี้

จุดเด่นของรองเท้า

รองเท้ากีฬา Altra ถือเป็นแบรนด์ที่ยอดนิยมสำหรับนักวิ่งมาราธอน ได้รับความนิยมจากต่างประเทศมานับสิบปี โดยเฉพาะมีจุดเด่นที่นวัตกรรมผลิตส่วนพื้นรองเท้าที่มีความหนาและนุ่มสูง ลดแรงกระแทก ช่วยป้องกันข้อเข่าเสื่อม และยังมีแผ่นสะท้อนแสงที่ด้านหลัง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุหากวิ่งในช่วงกลางคืนได้ด้วย

รองเท้ากีฬา Mizuno มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น รูปแบบจึงเหมาะกับคนที่เท้าเล็ก เมื่อสวมแล้วจะค่อนข้างกระชับพอดี Mizuno มีจุดเด่นที่การใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า air mesh ช่วยให้รองเท้าน้ำหนักน้อยและระบายอากาศได้ดี ส่วนที่พื้นรองเท้าก็เป็นลักษณะพิเศษเรียกว่า carbon rubber ทำให้คงทนสูง ใช้งานได้ยาวนาน และยังยึดเกาะพื้นผิวขณะออกกำลังกายได้ดีด้วย จึงเป็นที่นิยมของนักกีฬาหญิงอย่างมาก

รองเท้ากีฬา Nike มีความเป็นมายาวนานกว่า 80 ปี มีต้นกำเนิดจากผู้ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา คนนิยมมากเพราะปัจจุบันใช้เทคโนโลยีการผลิต engineered mesh ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะตัวของ NIKE ทำให้มีการระบายอากาศได้ดีและทำให้นักกีฬารู้สึกนุ่มสบายตลอดเวลาที่สวมใส่

จะเห็นได้ว่า การเลือกซื้อรองเท้ากีฬา ต้องเปรียบเทียบคุณสมบัติของแต่ละแบรนด์ หากเป็นไปได้ควรศึกษาวิทยาการในการผลิตรองเท้าแต่ละรุ่นด้วย เลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ดีที่สุด หากได้รองเท้ากีฬาที่เหมาะสมกับรูปเท้าและชนิดของกีฬาแล้ว ก็จะทำให้คุณสามารถเล่นกีฬาได้อย่างเต็มที่และมีความปลอดภัย

วิธีเลือกรองเท้ากีฬาอย่างมืออาชีพ

กีฬาแบบไหนเหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก

กีฬาแบบไหนเหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก

กีฬาแบบไหนเหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนัก ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง หรือทำให้หุ่นดีก็ตาม 70% ขึ้นกับการรับประทานอาหาร การควบคุมอาหาร อีก 30% ที่เหลือ ขึ้นกับเรื่องของการออกกำลังกาย แต่การที่คนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาก ก็ไม่สามารถออกกำลังกายได้ในทุกประเภทกีฬา วันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับชนิดกีฬาและการออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้ที่กำลังต้องการลดน้ำหนักตัว มาฝากกัน

กีฬาสำหรับคนอยากลดน้ำหนัก

ว่ายน้ำ เหมาะสำหรับคนน้ำหนักตัวมาก การว่ายน้ำ จะช่วยลดแรงกระแทก เนื่องจากมีน้ำคอยช่วยพยุงน้ำหนัก ทำให้ช่วยลดแรงกระแทก ข้อต่อต่าง ๆ ไม่ต้องรับน้ำหนักสูง และยังเป็นกีฬาที่ช่วยเผาผลาญพลังงานในปริมาณที่มาก โดยช่วยลดแคลอรี่ได้ถึง 715 – 892 แคลอรี่ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว และยังเป็นกีฬาที่ไม่รู้สึกเหนียวตัว ออกกำลังกายอย่างเย็นสบาย ทำให้เป็นกีฬาที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ซึ่งหากไปออกกำลังกายชนิดอื่น เช่น การวิ่ง ก็อาจจะทำให้บาดเจ็บที่ข้อต่อได้

การเดินเร็ว การเดินเร็ว การออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย มีแค่รองเท้าผ้าใบ 1 คู่ก็พอแล้ว เพียงแค่เดินเร็ว ๆ เริ่มต้นวันละ 30 – 60 นาที ก็มีประโยชน์มาก เช่น การช่วยเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจ หลอดเลือด ปอดที่ดีขึ้น ช่วยเผาผลาญพลังงาน 120- 170 กิโลแคลอรี่ต่อ 30 นาที ยิ่งเดินเร็วยิ่งใช้พลังงานเยอะ ซึ่งการเดิน ทำให้เกิดแรงกระแทกน้อยกว่าการวิ่ง ทำให้ลดความเสี่ยงเกิดอาการบาดเจ็บได้อีกด้วย

โยคะ การเล่นโยคะ เป็นการใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย เป็นการยืดเหยียดและการออกกำลังกายแบบการใช้แรงต้าน ทำให้ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดี โดย ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 150 – 500 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับท่าโยคะที่เล่น มีหลายท่าโยคะที่ทำง่าย ๆ ได้กล้ามเนื้อหลายส่วน และช่วยลดน้ำหนักได้ดี เช่น โยคะท่างู (Cobra Pose), โยคะท่านักรบ (Warrior Pose), โยคะท่าเรือ (Boat Pose), โยคะท่าธนู (Bow Pose), โยคะเข่าชิดอก (Knee to Chest Pose) เป็นต้น

การเล่นเวทเทรนนิ่ง การเล่นเวทเทรนนิ่ง ช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อและรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นแหล่งที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดี เมื่อมีกล้ามเนื้อมากขึ้น การเผาผลาญพลังงานต่อวันก็เพิ่มขึ้น ไม่ว่าคุณจะกิน เดิน นอน นั่ง หรือทำอิริยาบถไหนก็ตาม ก็จะเกิดการเผาผลาญพลังงาน ทำให้ร่างกายดูกระชับ ช่วยลดน้ำหนักอย่างถาวร และทำให้การกลับมาอ้วนอีกเป็นไปได้ช้าหรือมีโอกาสน้อยที่จะกลับมาอ้วนอีก

เป็นอย่างไรกันบ้างกับกีฬา 4 ประเภทที่แนะนำนี้ แต่อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักอย่างถาวรต้องมีวินัยและทำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กันไปทั้งการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

กีฬาสำหรับคนอยากลดน้ำหนัก